เกี่ยวกับเรา
ปรํชญาและวิสัยทัศน์
เกียรติคุณ
     
ธุรกิจเอทานอล

บ.ไทยรุ่งเรืองพลังงาน

บริษัท ไทยรุ่งเรืองพลังงาน จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547 มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตและจำหน่ายเอทานอลที่ใช้กากน้ำตาลและน้ำอ้อยเป็นวัตถุดิบ โดยจำหน่ายให้แก่บริษัทผู้ผลิตและค้าน้ำมันเพื่อใช้ในการผลิต Gasohol E10, E20, และ E85 ให้แก่ผู้บริโภค ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 270,000 ลิตรต่อวัน

นอกจากนี้ บริษัท ไทยรุ่งเรืองพลังงาน จำกัด ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกระทรวงอุตสาหกรรม และองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (NEDO) และได้รับความร่วมมือจาก บริษัท มารูเบนี จำกัด บริษัท ทีเอสเค จำกัด และบริษัท ซับโปโร บริวเวอรี่ จำกัด จากประเทศญี่ปุ่น ให้ดำเนิน “โครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและกากอ้อยในประเทศไทย” ในปี 2549 เพื่อให้โรงงานเอทานอลของ บริษัท ไทยรุ่งเรืองพลังงาน จำกัด เป็นโรงงานต้นแบบในการผลิตเอทานอลจากกากอ้อยแห่งแรกในโลก และ “โครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากอ้อยโดยใช้เอนไซม์ในประเทศไทย” ในปี 2557 ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้การช่วยเหลือทั้งในด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักรอุปกรณ์เพื่อการผลิตเอทานอลจากเซลลูโลสในกากอ้อย หรือที่เรียกว่า Cellulosic Ethanol ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศซึ่งมีต้นกำเนิดจากฟอสซิลอันเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจก และเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Partnership Program)

 
 

“โครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและกากอ้อยในโรงงานน้ำตาลในประเทศไทย”
และ
“โครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากอ้อยโดยใช้เอนไซม์ในประเทศไทย”

 
วัตถุประสงค์
  1. เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  2. เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยมีรายได้และอาชีพที่มั่นคง
  3. เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งมีต้นกำเนิดจากฟอสซิลอันเป็นสาเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกจึงช่วยให้ลดปัญหาภาวะโลกร้อน
  4. เพื่อสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ในการใช้พลังงานทดแทนจากชีวภาพที่สะอาด
  5. เพื่อริเริ่มการใช้เทคโนโนโลยีในการผลิตเอทานอลเพื่อเป็นเชื้อเพลิงจากวัตถุดิบทางการเกษตร ได้แก่ กากน้ำตาลและกากอ้อย


โครงการที่ 1: โครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาลและกากอ้อยในโรงงานน้ำตาลในประเทศไทย
1.1 กระบวนการหมักเอทานอลจากกากอ้อย (Bagasse Fermentation):
    •  กระบวนการทำความสะอาดวัตถุดิบ (Material Preparation Process) ใช้รถตักตักกากอ้อยใส่สายพานลำเลียง ผ่านเครื่องล้างกากอ้อยโดยใช้น้ำล้างสิ่งสกปรกปนเปื้อน เช่น เศษหิน ทราย และโลหะ ออกจากกากอ้อย จากนั้นรีดน้ำหรือความชื้นออกเพื่อส่งเข้าขบวนการย่อยต่อไป

    • กระบวนการย่อยกากอ้อยเป็นน้ำตาล (Hydrolysis Process) กากอ้อยที่ผ่านการล้างแล้ว จะถูกส่งผ่านเข้าเครื่องย่อย (Hydrolyser) เพื่อทำการย่อยเส้นใยของกากอ้อย ให้กลายเป็นน้ำตาล C5 โดยใช้ไอน้ำและกรดซัลฟูริกเป็นตัวช่วยย่อย หลังผ่านขบวนการนี้ เราจะได้น้ำจากการย่อยที่เป็นส่วนผสมของน้ำตาล C5 และเศษกากอ้อย (C5 Residue) โดยจะนำไปแยกในขบวนการถัดไป

    • กระบวนการแยกน้ำตาล C5 และเศษกากอ้อย (Recovery Process) น้ำจากการย่อยที่เป็นส่วนผสมของน้ำตาล C5 และเศษกากอ้อย จะถูกส่งผ่านเข้าเครื่องแยกกาก (Belt Washer) ซึ่งใช้ระบบสุญญากาศ ทำการแยกน้ำตาล C5 และเศษกากอ้อย (C5 Residue) ออกจากกัน น้ำตาล C5 จะถูกนำไปปรับสภาพเป็นกลางโดยน้ำปูนขาวและส่งเข้าถังหมัก ส่วนเศษกากอ้อยที่ถูกแยกจะนำไปเป็นเชื้อเพลิงหรือผสมขี้หม้อกรองเป็นปุ๋ยต่อไป

    • กระบวนการเพาะเชื้อจุลินทรีย์ KO11 (KO11 Propagation Tank) เชื้อ KO11 จะถูกเพาะจากห้องปฏิบัติการ และนำไปขยายปริมาณในถังเพาะเชื้อ โดยนำตะกอนยีสต์จากการหมักโมลาสที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วมาเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อ เมื่อได้ปริมาณเชื้อตามต้องการ จะส่งเชื้อเข้าถังหมักกากอ้อยต่อไป

    • กระบวนการหมัก (Fermentation Process) เมื่อได้น้ำตาล C5 ในปริมาณที่ต้องการ จะทำการเติมเชื้อที่ได้จากถังเพาะเชื้อ KO11 เพื่อทำการหมักน้ำตาล C5 ให้เป็นแอลกอฮอล์ เมื่อหมักได้ปริมาณแอลกอฮอล์ตามต้องการแล้ว น้ำหมักกากอ้อยจะถูกส่งไปพักยังถังเก็บ (Bagasse Storage Tank) เพื่อเตรียมป้อนเข้าหม้อต้มและหอกลั่นต่อไป
1.2 กระบวนการหมักเอทานอลจากกากน้ำตาล (Molasses Fermentation):
    • การเตรียมวัตถุดิบ (Material Preparation Process) ตรวจวิเคราะห์และเตรียมวัตถุดิบซึ่งได้แก่ กากน้ำตาล (Molasses), น้ำปุ๋ย (Ammonium Sulfate ) และน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อ (Sterilized water, PWS ) ตามปริมาณที่คำนวณไว้เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการหมักสูงสุด

    • การเพาะกล้าเชื้อ (Yeast Propagation Process) การเพาะเชื้อในถังสตาร์ทเตอร์และถังเพาะเชื้อ (Starter Tank & Propagation Tank ) เริ่มด้วยการต้มอาหารเลี้ยงเชื้อ คือ กากน้ำตาล (Molasses), น้ำปุ๋ย (Ammonium Sulfate) และน้ำร้อน(Condensate water) เพื่อฆ่าเชื้อปนเปื้อนอื่น ๆ ให้หมด จากนั้นจึงเติมกล้าเชื้อยีสต์ที่เตรียมจากห้องปฏิบัติการเข้าถังสตาร์ทเตอร์และถังเพาะเชื้อเมื่อเลี้ยงได้ปริมาณยีสต์ตามที่ต้องการ จึงส่งยีสต์ที่เพาะได้ไปถังหมักต่อไป

    • การหมัก (Fermentation Process) การหมักโมลาส เริ่มจากถ่ายยีสต์จากถังเพาะเชื้อ (Propagation Tank) เข้าสู่ถังหมัก(Fermentation Tank) จากนั้นเติมอาหารยีสต์ คือ กากน้ำตาล (Molasses), น้ำปุ๋ย (Ammonium Sulfate) และน้ำ PWS ตามปริมาณและสัดส่วนที่ต้องการ ขบวนการหมักนี้จะใช้เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน(Heat Exchanger) เป็นตัวควบคุมอุณหภูมิ เมื่อหมักได้ปริมาณแอลกอฮอล์ตามต้องการ ยีสต์จะจับตัวเป็นก้อนและนอนลงก้นถัง ทำให้สามารถแยกถ่ายน้ำหมักส่วนใสไปเก็บไว้ในถังพัก(Storage Tank) เพื่อส่งเข้าขบวนการกลั่นต่อไป ส่วนตะกอนยีสต์ที่เหลือสามารถใช้หมักซ้ำได้ 10-12 ครั้ง จากนั้นตะกอนยีสต์จากการหมักครั้งสุดท้าย จะถูกส่งไปทำการฆ่าเชื้อต่อไป

    • การฆ่าเชื้อในตะกอนยีสต์ (Yeast mud treatment process) หลังจากที่สิ้นสุดการหมักในครั้งสุดท้ายแล้ว ตะกอนยีสต์(Yeast/Mud) ที่เหลืออยู่ในถังหมัก จะถูกส่งไปยังถังฆ่าเชื้อ (Yeast/Mud Sterilized Tank) โดยใช้ไอน้ำในการต้มฆ่าเชื้อ และส่งไปยังถังลดอุณหภูมิ (Cooling Yeast/Mud Tank ) ตะกอนยีสต์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อและลดอุณหภูมิจะถูกนำไปใช้เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสำหรับการเพาะเลี้ยงเชื้อ KO11 ในขั้นตอนการหมักกากอ้อยต่อไป
โครงการที่ 2: โครงการสาธิตการผลิตเอทานอลจากกากอ้อยโดยใช้เอนไซม์ในประเทศไทย
2.1 กระบวนการเตรียมวัตถุดิบ (Sterilization):

เป็นกระบวนการที่ใช้กากตะกอน C5 (C5 residue) ที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายน้ำตาล C5 จากนั้นทำการแยกน้ำตาล C5 ออก ได้กากตะกอน C5 จากนั้น กากตะกอน C5 ที่แยกได้ จะถูกลำเลียงไปยังบริเวณที่จะใช้ผลิตเอนไซม์ และทำการฆ่าเชื้อ ซึ่งกากตะกอน C5 (C5 residue) ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว จะส่งเข้าสู่กระบวนการผลิตเอนไซม์ และกระบวนการย่อยและหมักต่อไป

นอกจากนั้น กระบวนการนี้สามารถใช้กากอ้อยแทนกากตะกอน C5 (C5 residue) โดย ลำเลียงกากอ้อยไปล้างทำความสะอาดที่เครื่องล้างกากอ้อย (Bagasse Washer) และกากอ้อยที่ผ่านการล้างทำความสะอาดแล้ว จะถูกแยกไปที่ชุดลำเลียงกากอ้อย (Bagasse Conveyor) เพื่อนำไปฆ่าเชื้อและเป็นวัตถุดิบ สำหรับกระบวนการย่อยและหมักในลำดับต่อไป

2.2 กระบวนการผลิตเอนไซม์ (Enzyme Production):

ทำการเพาะเชื้อจุลินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตเอนไซม์ โดยกากตะกอน C5 และกากอ้อย ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วส่งเข้าไปยังถังผลิตเอนไซม์ ซึ่งจะมีการเตรียมเชื้อจุลินทรีย์ในห้องปฏิบัติการและถ่ายเข้าสู่ถังผลิตเอนไซม์ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อมากขึ้น จากนั้นจึงส่งไปยังถังผลิตเอนไซม์ขนาดใหญ่ที่มีกากตะกอน C5 ที่ฆ่าเชื้อแล้ว เพื่อผลิตเอนไซม์ และเอนไซม์ที่ผลิตได้ จะส่งไปยังกระบวนการย่อยและหมักต่อไป ซึ่งจะทำเป็นครั้งคราว (Batch)

2.3 กระบวนการย่อยและหมัก (Saccharification and Fermentation):

กากตะกอน C5 หรือกากอ้อยที่ผ่านฆ่าเชื้อแล้วจะส่งเข้าถังหมัก จากนั้นจะถ่ายเอนไซม์ที่ผลิตได้และเชื้อยีสต์ที่เตรียมไว้ลงไป เพื่อดำเนินการย่อยและการหมักในขั้นตอนเดียวกัน โดยเอนไซม์จะย่อยกากตะกอน C5 หรือกากอ้อย ให้เป็นน้ำตาลกลูโคสและเชื้อยีสต์จะเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้เป็นแอลกอฮอล์ในเวลาเดียวกัน จะได้แอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นประมาณ 4% หลังจากนั้นจะส่งเข้าสู่กระบวนการกลั่นเอทานอลต่อไป

กระบวนการกลั่นและแยกน้ำ (Distillation and Dehydration):
    • กระบวนการกลั่น (Distillation) น้ำหมักที่พักอยู่ที่ถังพักน้ำหมักจากโครงการที่ 1 และโครงการที่ 2 จะถูก Preheat ด้วยไอเอทานอลจากหอแมช และความร้อนจากน้ำเสียที่ออกจากหม้อต้มตามลำดับ หลังจากนั้นจึงฟีดเข้าหอ Degasify ซึ่งถูกเชื่อมต่อกับด้านบนของหอ Mash ภายใต้ Vacuum ไอระเหยที่ออกจากยอดหอ De-gassify จะส่งเข้าหอ Aldehyde เพื่อแยก Impurity ต่าง ๆ ออกซึ่งจะได้เป็น Technical Alcohol ออกมา ส่วนน้ำหมักจากหอ Degasify จะไหลลงสู่หอ Mash ต่อไป ซึ่งที่หอ Mash จะมีการให้ ความร้อนด้วยไอระเหยจากหม้อต้มใบที่ 2 (หม้อต้ม 2 effect) แบบ Direct Heat ไอเอทานอลที่ออกจากยอดหอ Mash จะถูกส่งไปที่เครื่องควบแน่น ซึ่งจะได้เอทานอลที่มีความบริสุทธิ์ 40-55 % (v/v) และถูกเก็บไว้ที่ถังพักเพื่อรอฟีดเข้าหอ Rectify ต่อไป

    สำหรับน้ำเสียที่ก้นหอ Mash ซึ่งไม่มีเอทานอลเหลืออยู่แล้ว จะถูกส่งเข้าถังพักเพื่อรอการฟีดเข้าหม้อต้ม เอทานอล 40-55 % จากถังพักจะถูกฟีดเข้าหอ Rectify โดยถูก Preheat โดยน้ำเสียที่ออกจาก้นหอ Rectify ไอเอทานอลที่ออกจากยอดหอ Retify จะถูกส่งเข้าเครื่องควบแน่น ซึ่งจะได้เอทานอลที่มีความบริสุทธิ์ 93-95% (v/v) ลงมาที่ถังรีฟลักซ์ และเอทานอลจำนวนหนึ่งจากถังนี้จะถูกปั๊มกลับขึ้นไปที่ยอดหอ Rectify เพื่อควบคุมความบริสุทธิ์ของเอทานอลยอดหอ Rectify และเอทานอลอีกจำนวนหนึ่งจะถูกแบ่งไปเข้าหอ Evaporation ของระบบ Dehydration ต่อไป ส่วนน้ำเสียที่ออกจากก้นหอ Rectify ซึ่งไม่มีเอทานอลเหลืออยู่ จะถูกส่งไประบบ Biogas

    • กระบวนการแยกน้ำ (Dehydration Process) ไอเอทานอลเข้มข้นจากยอดกลั่นจะถูกส่งผ่านเข้าเครื่องดูดซับน้ำ (Dehydration Unit) ซึ่งจะมีสารดูดความชื้น(Molecular sieve) อยู่ข้างใน ทำหน้าที่ดูดซับโมเลกุลของน้ำที่เล็กกว่าไว้ และปล่อยให้ไอเอทานอลไหลผ่านเข้าเครื่องควบแน่น ไปพักที่ถังพักประจำวัน (Daily Tank) ทำให้ได้เอทานอลที่ความเข้มข้นมากกว่า 99.5% ซึ่งจะผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ก่อนส่งเข้าเก็บในถังเก็บ (Product Tank) พร้อมที่จะส่งให้แก่ลูกค้าต่อไป

ติดต่อสอบถาม    
บริษัท ไทยรุ่งเรืองพลังงาน  จำกัด
สำนักงานใหญ่
794 อาคารไทยรวมทุน ชั้น 7  ถ.กรุงเกษม  แขวงวัดโสมนัส   เขตป้อมปราบฯ   กทม. 10100
โทรศัพท์ 02 282 2022  ต่อ  384   โทรสาร  02 282 5123
ติดต่อผ่านทางอีเมล์ :  e-mail   chatchai@trrsugar.com

     
  Home | About us | Products | Distribution | News & Event | Knowledge |Contacts us |CSR |Sign in Download Web link Web Mail
       © Copyright 2010 THAI ROONG RUANG SUGAR GROUP